ลงประกาศ โฆษณาฟรี ไม่คิดเงิน ไม่ลบ 100%

!!จำหน่าย Mixer เพาเวอร์แอมป์ Atprosound.com คุณภาพดีมาก

  - แนวทางการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์เป็นเครื่องมือที่สำคัญมาก ในระบบเสียงที่ใช้ขับลำโพงให้มีเสียงดังออกมาก วันนี้พวกเราก็เลยมาชี้แนะการทำงานของ เพาเวอร์แอมป์ คลาส AB ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไปให้คุณรู้กัน เพาเวอร์แอมป์คลาส ABหมายถึงการผสมผสานลักษณะการทำงานของ คลาส A แล้วก็ คลาส B เข้าด้วยกัน งั้นขั้นแรกพวกเรามารู้จะ เพาเวอร์แอมป์คลาส A รวมทั้ง B กันก่อน เครื่องเสียงกลางแจ้ง

     

เยี่ยมชมเว็บไซต์และผลิตภัณฑ์ Mixer https://www.atprosound.com/product-category/pa-system/

     - เพาเวอร์แอมป์ คลาส A -
เพาเวอร์แอมป์คลาส A เป็นวงจรขยายเสียงแบบเรียบง่ายโดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ขยายสัญญาณเพียงแค่ตัวเดียว โดยทรานซิสเตอร์จะถูกไบอัสกระแสอยู่ตลอดเวลาถึงจะไม่มีสัญญาณเสียงเข้ามา ก็เลยนำมาซึ่งความร้อนต่อทรานซิสเตอร์สูง จึงทำให้มีคุณภาพต่ำ หรือ ได้กำลังวัตต์น้อยนั้นเอง แต่ว่าข้อดีของภาคขยายแบบคลาส Aเป็นให้ลาดละเอียดเสียงที่ดี ข้อผิดพลาดฟั่นเฟือนของเสียงต่ำมาก เพาเวอร์แอมป์คลาสนี้เดี๋ยวนี้หาได้ยากมากมาย ส่วนมากจะอยู่ในระบบเสียง Hi-End สะโดยมาก เพาเวอร์แอมป์

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส B -
เพาเวอร์แอมป์คลาส B เป็นวงจรขยายเสียงที่อาศัยการทำงานแบบ Push-Pull (ผลัก-ดึง) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก แล้วก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ วงจรจะทำงานต่อเมื่อมีสัญญาณเสียงเข้ามาเพียงแค่นั้น วงจรขยายเสียงคลาส B มีคุณภาพสูงขึ้นยิ่งกว่า คลาสA แม้กระนั้นจุดด้วย คือ มีความผิดฟั่นเฟือนสูงเนื่องมาจากรอยต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและก็ลบ(crossover distortion ) เป็นจุดที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความบ้าสูง ตอนนี้กล่าวได้ว่าไม่มีเพาเวอร์คลาส B อยู่เลยก็ว่าได้ Mixer

   

     - เพาเวอร์แอมป์คลาส AB -
เพาเวอร์แอมป์คลาส AB อย่างที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นว่า เพาเวอร์แอมป์คลาส AB คือการผสมผสานจุดเด่นของแอป์ คลาส A แล้วก็ B เอาไว้รวมกันเพื่อให้มีคุณภาพสูงกว่าคลาส A และก็ ความผิดพลาดเพี้ยนต่ำยิ่งกว่าคลาส B โดยวงจรขยายจะใช้การดำเนินการแบบ Push-Pull (ผลัก-ดัน) โดยจะใช้ทรานซิสเตอร์ 2 ตัว โดยตัวนึ่งเป็นแบบ NPN ปฏิบัติหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงสัญญาณที่มีแอมพลิจูด ทางด้านบวก และก็ ใช้ทรานซิสเตอร์แบบ PNP ปฏิบัติภารกิจขยายสัญญาณเสียงที่มีแอมพลิจูด ทางด้านลบ ดังคลาส B แต่ว่าจะกระทำแก้ไข้เรื่องข้อผิดพลาดเพี้ยนรอยต่อระหว่างสัญญาณซีกบวกและลบ(crossover distortion ) โดยการไบอัสกระแสให้กับทรานซิสเตอร์ไว้ต่ำๆเพื่อช่วยลดความผิดพลาดเพี้ยน ก็เลยทำให้ได้ประสิทธิภาพเสียงใกล้เคียงกับคลาส A แต่ว่าความร้อนต่ำลงยิ่งกว่าคลาส A รวมทั้ง เพาเวอร์แอมป์คลาส AB พูดได้ว่าเป็นที่ชื่นชอบตลอดกาลของทุกแวดวงเสียง สามารถขับเสียงได้ทุกบริเวณเสียง และ ที่สำคัญคลาส AB เป็นพื้นฐานของเพาเวอร์คลาสอื่นๆอีกมากมาย ดังเช่น คลาส G , คลาส H , คลาส TD , คลาส HD และ EEEngine เป็นต้น

     - ไมค์ DPA 4099 2 สี แตกต่างกันอย่างไร ?
ถ้าเข้าไปที่หน้าเว็บ AT แล้วเสิร์ชหา DPA 4099 จะพบว่า มีไมค์ DPA 4099 อยู่ 2 สี คือ เหลือง กับแดง แล้วถ้าหากจะต้องซื้อ จะซื้อสีไหน ?

     - DPA 4099 เป็นไมค์จ่ออุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี ประสิทธิภาพสูง
ออกมาทั้งสิ้น 2 รุ่น ในการใช้งานเครื่องดนตรีต่างชนิดกัน

     

     - โดยเริ่มจาก DPA CORE 4099 for Lund SPL DC-1 หรือ สีแดง
เป็นไมค์สำหรับรับเครื่องดนตรีทุกจำพวก เหมาะสำหรับดนตรีคลาสสิก อาทิเช่น ไวโอลิน, เปียโน, กีต้าร์โปร่ง, แซกโซโฟน, เชลโล่, คลาริเน็ต, ฟลูต เป็นต้น รับเสียงพีคได้ถึง 142 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีจำพวกคลาสสิก ตามที่ยกตัวอย่างไป ไมโครโฟน

     - ส่วน DPA CORE 4099 for Extreme SPL DC-2 หรือ สีเหลือง
เป็นไมค์สำหรับรับเสียงอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ดังมากๆยกตัวอย่างเช่น กลอง, ทรัมเป็ต, ทรอมโบน รวมทั้งเครื่องเป่าทองเหลืองอื่นๆรับเสียงพีคได้ถึง 152 dB ซึ่งจัดว่ามากพอสำหรับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีประเภทร็อคแบนด์ ตามที่ยกตัวอย่างไป แล้วก็ยังเป็นรุ่นที่วงร็อคระดับนานาชาติอย่าง Metallica เลือกใช้สำหรับในการจ่อกลองชุด สำหรับทัวร์การแสดงดนตรีด้วยครับ

     - ราคา 29,760 บาท เสมอกันทั้ง 2 รุ่น
จะได้ ไมค์ 4099 1 ตัว รวมทั้งคลิปหนีบตามจำพวกเครื่องดนตรีที่ปรารถนา 1 ชิ้น

Tags : เพาเวอร์แอมป์